Altium Design 6.0
ซอฟต์แวร์สำหรับช่วยออกแบบผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์
ซอฟต์แวร์รุ่นใหม่จาก Altium Limited เจ้าของผลิตภัณฑ์ที่เรารู้จักกันดีในชื่อ Protel ได้เพิ่มความสามารถใหม่ๆเข้าไปมาก ครอบคลุมทั้งกระบวนการออกแบบอิเล็กทรอนิกส์ ปัจจุบันได้เปิดตัวถึง Altium Designer 6.0 ไปเมื่อปลายปี 2005 นี้
“บทความนี้นำเสนอภาพรวมความสามารถด้านต่างๆของซอฟต์แวร์ Altium Designer 6.0 ซึ่งครอบคลุมการออกแบบอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ได้กล่าวลงลึกเข้าไปในวิธีการใช้งาน ขั้นตอนการติดตั้งระบบ การทำงานเมนู การสร้างโปรเจ็ค การออกแบบ PCB หรือทางด้านเทคนิคใด สำหรับท่านที่สนใจบทความเชิงลึก สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจาก www.embedded-th.com”
ก่อนจะมาเป็น Altium Designer
ซอฟต์แวร์ Protel ที่ใช้แพร่หลายมีประวัติอันยาวนานต่อเนื่องและเป็นที่รู้จักกันในนามซอฟต์แวร์สำหรับออกแบบ PCB สำหรับเวอร์ชั่นต่างๆที่ได้เคยออกจำหน่ายในระยะ 6 ปีที่ผ่านมา เรียงตามลำดับได้ดังนี้ Protel98, Protel99SE, ProtelDXP หรือ Protel2002, Protel2004, Altium Designer และ Altium Designer 6.0
Protel หายไปไหน
เป็นเวลาหลายปีที่ชื่อ Protel (ผลิตภัณฑ์จากบริษัท Altium หรือ www.altium.com) เป็นที่คุ้นเคยในวงการนักอิเล็กทรอนิกส์ Protel เป็นซอฟต์แวร์สำหรับออกแบบแผ่นวงจรพิมพ์ ตัวแรกที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Windows ความมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับความต้องการของนักออกแบบทำให้ มีการใช้ Protel อย่างแพร่หลาย ตอบสนองความต้องการนักอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกได้เป็นอย่างดี คงมี PCB จำนวนหลายแสน หลายล้านชิ้นงาน ที่ออกแบบด้วย Protel
อย่างไรก็ตามการออกแบบอิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอุปกรณ์ที่ไอซีสำเร็จรูปเท่านั้น มีความซับซ้อนของอุปกรณ์มากขึ้น มีการใช้ซอฟต์แวร์เพื่อบรรจุ “ความฉลาด” ของวงจร รวมทั้งอุปกรณ์ประเภทโปรแกรมได้เข้าไปในชิ้นงาน ดังนั้นจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องออกแบบ PCB โดยคำนึงถึงอุปกรณ์ประเภทโปรแกรมได้ในกระบวนการที่เกี่ยวเนื่องกันกับการออกแบบ PCB พัฒนาไปพร้อมๆกัน แยกจากกันไม่ได้ ทำให้ซอฟต์แวร์ Protel ซึ่งมีเทคโนโลยีทางด้านการออกแบบ PCB ไม่สามารถเดินหน้าพัฒนาเพียงอย่างลำพัง จำเป็นต้องรวมเครื่องสำหรับพัฒนา ความฉลาดทางด้านซอฟต์แวร์ และ FPGA เข้ามาด้วยกัน
ความสามารถใหม่ภายใต้ชื่อใหม่
บริษัท Altium Limited ได้นำเสนอชื่อซอฟต์แวร์ใหม่ Altium Designer 6.0 โดยยังคงความสามารถเดิมของ Protel ไว้ทั้งหมด พร้อมทั้งเพิ่มส่วนสำคัญในการพัฒนาซอฟต์แวร์ (Embedded Tools) เช่น C-Compiler, Simulator และ Debugger พร้อมทั้งอุปกรณ์ Soft-Wire สำหรับใช้งานกับอุปกรณ์ประเภทโปรแกรมได้ (FPGA) ทั้งนี้การเพิ่มเป็นการประสานเครื่องให้ทำงานสอดคล้องกัน ไม่ใช้นำมารวมกันตรงๆ และยังเพิ่มทางเลือกให้ใช้งานคู่กับฮาร์ดแวร์ (NanoBoard) สำหรับพัฒนากระบวนการไปสู่ “การออกแบบอย่างมีชีวิต” (LiveDesign)
ซอฟต์แวร์ที่สมบูรณ์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความฉลาดในปัจจุบันต้องการขั้นตอนการออกแบบที่แตกต่าง ต้องการเครื่องมือจากหลายผู้ผลิต เนื่องมาจากในปัจจุบันการออกแบบด้วย IC สำเร็จรูปเชื่อมต่อเข้าหากัน จะถูกทดแทนด้วยการเชื่อมต่อที่โปรแกรมได้ ผ่านทางอุปกรณ์ประเภทโปรแกรมได้ จะเห็นได้ว่าความเกี่ยวโยง ความใกล้ชิดระหว่างทั้งกระบวนการพัฒนาฮาร์ดแวร์และกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ มีความจำเป็นจะต้องเข้ามาใกล้ชิดกันมากขึ้น และจำเป็นต้องทำไปด้วยกัน Altium Designer ทำให้กระบวนการเหล่านี้เป็นหนึ่งเดียว ท่านสามารถใช้ Altium Designer ออกแบบทุกชิ้นส่วนเพื่อประกอบเป็นผลิตภัณฑ์ที่สมบูรณ์ ภายในซอฟต์แวร์เดียว ท่านสามารถออกแบบ PCB โดยเชื่อมโยงเข้ากับวงจรจาก Schematic และำให้เชื่อมโยง I/O ของ FPGA สัมพันธ์กับการเดินลายเส้นบน PCB และมั่นใจในความถูกต้อง และสามารถแก้ไขที่จุดใดได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความสอดคล้อง เพราะ Altium Designer จะจัดการความสัมพันธ์ให้อย่างถูกต้อง
Designer จะจัดการความสัมพันธ์ให้อย่างถูกต้องากขึ้น FPGA สามารถบรรจุ “ความฉลาด” ของผลิตภัณฑ์เพราะไม่สามารถเลียบแบบโดยใช้ IC ประเภทเดียวกันมาทำงานได้ จะต้องใช้ Soft-wire หรือโปรแกรมภายใน IC ร่วมด้วย การใช้ FPGA ทำให้ปรับสมดุลระหว่างฮาร์ดแวร์กับซอฟต์แวร์ได้สะดวกขึ้น เพราะสามารถย้ายฟังก์ชั่นการทำงานไปมาระหว่างกัน โดยยึดถือไม่ว่าจะเป็นด้านต้นทุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือค่าวัสดุเนื่องจากหากสามารถสร้างความซับซ้อนในราคาฮาร์ดแวร์ที่ถูกลง จะประหยัดต้นทุนในการผลิต เพิ่มโอกาสในการแข่งขันมากขึ้น การใช้ FPGA ทำให้ผลิตภัณฑ์มีความยืดหยุ่นสูง เพราะสามารถพัฒนาไปได้พร้อมกับเตยมการผลิต ความซับซ้อนของ FPGA ในปัจจุบันสามารถโปรแกรมให้ทำหน้าเป็น CPU ได้ทั้งตัวตั้งแต่ระดับ 8 บิทปจนถึง 32 บิท Altium Designer ได้เตรียมเครื่องมือเหล่านี้ไว้ให้พร้อมแล้ว

|